ข้อดีของผู้ที่เป็นนักจิตวิทยา เรียนรู้พฤติกรรมคนได้ง่ายๆ

therapistpic

ถ้ามีความสามารถพิเศษสักอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น หนึ่งในนั้นก็น่าจะเป็นการอ่านใจผู้อื่น อย่างน้อยๆ เราก็จะได้ไม่ทำอะไรที่อาจก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง หรือลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตจนส่งผลร้ายต่อความสัมพันธ์ได้ ซึ่งความสามารถที่ว่านี้ก็ฝึกฝน เรียนรู้กันได้จริงๆ ด้วยศาสตร์แห่งจิตวิทยานั่นเอง นักจิตวิทยาจะได้ศึกษาเกี่ยวกับจิตใจของผู้คน อารมณ์ พฤติกรรม และสัญญาณของร่างกายบางอย่างที่มันเชื่อมโยงกันทั้งหมด พร้อมกับรู้ถึงเทคนิคในการสืบค้นด้วยการถาม และการสังเกตเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ โดยที่ผู้ถูกสืบค้นมักจะไม่รู้ตัวเพราะถ้าเกิดรู้ตัวเสียก่อนก็จะมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่บอกข้อเท็จจริง ดังนั้นนักจิตวิทยาจึงเป็นผู้ที่เข้าใจความหมายในพฤติกรรมของผู้คนได้ดีที่สุด พร้อมกับรู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไรต่อไปด้วย

การสังเกตพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับแนวความคิด

จริงๆ แล้วการอ่าน และความทำเข้าใจพฤติกรรมต่างๆ มันมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน อย่างเช่น คนที่ยืนกอดอกเหมือนกัน อาจจะไม่ได้มีอารมณ์แบบเดียวกันอยู่หากสีหน้าหรือแววตาของเขาต่างกันเพียงเล็กน้อย การใช้หลักจิตวิทยาเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของผู้อื่น จึงไม่ได้เป็นเพียงการท่องจำทฤษฎีตามตำรา แต่ต้องผ่านประสบกาณ์จริงมาพอสมควรด้วย ตัวอย่างของพฤติกรรม และแนวความคิดที่พบได้บ่อยมีดังนี้

– ถ้าคู่สนทนาเปลี่ยนท่าทางไปเป็นการกอดอกที่ค่อนข้างกระชับ พร้อมกับเก็บมือเข้าหาลำตัว แสดงว่าบางอย่างในบทสนทนานั้นทำให้เขารู้สึกอึดอัด หรือรู้สึกว่าถูกคุกคามจากคำถาม รวมถึงการไม่ยอมรับคำแนะนำของอีกฝ่ายด้วย แม้ว่าเขาจะพูดว่าเข้าใจ และยอมรับก็ตามที

– ถ้าคู่สนทนาเริ่มเอนตัวไปด้านหลังเพื่อให้ห่างจากอีกฝ่าย นั่นหมายความว่าเขากำลังสร้างระยะห่าง แสดงให้อีกฝ่ายรู้ถึงขอบเขตที่จะล่วงล้ำได้ อาจเป็นการเตือนกลายๆ ว่าสิ่งที่กำลังเป็นประเด็นในการพูดคุยกันอยู่นั้นมีความส่วนตัวมากเกินไป แต่ข้อสรุปนี้จะใช้ไม่ได้หากการเอนหลังไปนั้นเป็นการเอนตัวเพื่อความผ่อนคลาย

– ระหว่างที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่แล้วปลายเท้าของอีกฝ่ายชี้ไปทางอื่น แสดงว่าเขากำลังให้ความสนใจกับสิ่งอื่นมากกว่า อาจจะเป็นการรบกวนสมาธิจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา หรือเป็นความเบื่อหน่ายของตัวเขาเองก็ได้เหมือนกัน

– เมื่อไรที่จังหวะการหายใจเปลี่ยนแปลงไป อารมณ์ก็มักจะเปลี่ยนตามไปด้วย หากมีคนหายใจเข้ามากกว่าปกติ เช่น จากที่หายใจเบาๆ สั้นๆ อยู่ๆ ก็หายใจยาวลึกจนได้ยินเสียงหายใจ  และทำซ้ำอยู่หลายครั้ง แสดงว่าเขากำลังตกอยู่ในภาวะเครียดจากสถานการณ์บางอย่าง หรือมีความกังวลกับความคิดของตัวเองอยู่

 ข้อดีของการเป็นนักจิตวิทยามีดีอย่างไร

            – การเรียนรู้พฤติกรรมผู้อื่นนับเป็นความท้าทายที่ฝึกฝนเท่าไรก็ไม่เบื่อ ยิ่งเจอคนมากก็ยิ่งสนุก

– มีโอกาสได้รู้จักกับบุคคลหลากหลายประเภท เข้าใจพวกเขาได้อย่างแท้จริง ดีต่อการสานสัมพันธ์หลังจากนั้น

– หลายคนที่เลือกมาปรึกษานักจิตวิทยามักจะมีปัญหาที่ตัวเองแก้ไม่ตก ปรึกษาคนรอบข้างก็ไม่ดีขึ้น ดังนั้นการให้คำแนะนำที่ดีอย่างน้อยก็จะช่วยลดความทุกข์ของคนเหล่านั้นไปได้ เป็นความสุขใจอย่างหนึ่งของคนที่ทำงานสายอาชีพนี้

– แม้ว่าในบ้านเราจะยังไม่เกิดกระแสมากนัก แต่นักจิตวิทยาเป็นที่ต้องการของตลาดเสมอ ผู้คนมีปัญหากับความคิด และพฤติกรรมของตัวเองทุกวัน เขาต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยชี้ทางที่เหมาะสมให้

– ศาสตร์แห่งจิตวิทยาสามารถนำไปต่อยอดได้หลายแขนง จะทำอาชีพจิตวิทยาโดยตรงเลยก็ได้ จะเปิดเป็นธุรกิจส่วนตัวสไตล์โค้ชชิ่ง หรือจะส่งต่อองค์ความรู้เชิงจิตวิทยาผ่านการสอนก็ได้เหมือนกัน ที่สำคัญมันเป็นศาสตร์ที่ไม่มีทางล้าสมัย ตราบใดที่คนยังต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคม